คำถามคำตอบจากการใส่เครื่องประดับและการดูแลรักษาเครื่องประดับอย่างถูกต้อง
1. ทำไมเครื่องประดับเงินถึงดำง่าย ?
2. เคยซื้อเครื่องประดับเงินไปตอนแรกก็สวยดีแต่พอไม่ได้ใช้ก็ดำเชียว ทำไมคะ?
3. เป็นคนเหงื่อเค็ม จะทำอย่างไรดีคะ ?
4. ทำไมการชุบเครื่องประดับใช้เวลานาน ?
5. อยากดูแลเครื่องประดับเองทำอย่างไรคะ? อยากให้เครื่องประดับดูใหม่เสมอทำอย่างไรคะ?
6. ถ้าพลอยหลวมหรือพลอยหลุดจะทำอย่างไรดีค่ะ?
7. ซื้อเครื่องประดับมาแล้วแต่ตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว?
8. พลอย พลอย ที่ใช้เป็นพลอยอะไรคะ?
10. ทำไมใส่เครื่องประดับแล้วแพ้?
การสั่งและการจัดส่ง
1. จะมั่นใจอย่างไรว่าได้รับของแน่นอน?
FAQ: คำถามคำตอบจากการใส่เครื่องประดับและการดูแลรักษาเครื่องประดับอย่างถูกต้อง
1. ทำไมเครื่องประดับเงินถึงดำง่าย ?
เครื่องประดับเงินในตลาด มีหลากหลายคุณภาพนะคะ ที่สำคัญที่สุดคืออัตราส่วนของความบริสุทธิ์ของเงินที่นำมาใช้ ยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ของเงินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เงินหมองช้ามากเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเปอร์เซ็นต์ของเงินยิ่งสูงต้นทุนยิ่งแพง เพื่อให้เข้าใจง่าย ก็เหมือนซื้อทองแหละคะ ยิ่งเปอร์เซ็นต์ทองสูงเท่าไหร่ คุณก็ต้องจ่ายแพงเท่านั้น มาตรฐานของเครื่องเงิน เท่ากับ 92.5 %คะ เพราะฉะนั้นก่อนเลือกซื้อควรถามก่อนนะคะ ว่าเงินแท้ กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะในปัจจุบันผู้ผลิตบางคนใช้เงินเพียงแค่ 50% เพื่อลดต้นทุนแล้วนะคะ
ในส่วนของเอโก้ เราเลือกใช้เงินอย่างน้อย 92.5 % คะ
2. เคยซื้อเครื่องประดับเงินไปตอนแรกก็สวยดีแต่พอไม่ได้ใช้ก็ดำเชียว ทำไมคะ?
กรณีนี้ ขอแยกตอบเป็น 2 ข้อนะคะ
กรณีที่ 1 เนื่องจากเปอร์เซ็นต์เงินของเครื่องประดับที่ซื้อมา ไม่ถึง 92.5 นอกจากนี้ส่วนผสมที่เหลืออาจเป็นตะกั่ว ซึ่งยิ่งทำให้ดำเร็วมากคะ
กรณีที่ 2 เป็นเรื่องของการดูแลรักษาเครื่องประดับให้ดูใหม่เสมอ เครื่องประดับเงินทั่วไป หากไม่สวมใส่เป็นเวลานาน ควรใช้ผ้าสะอาดเช็ดขจัดคราบเหงื่อ คราบโลชั่น และคราบต่างๆรอบๆตัวเรา แล้วเก็บเครื่องประดับในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นสูญญากาศ
บริการของเอโก้ ท่านสามารถนำเครื่องประดับกลับมาล้างฟรีได้ตลอดเลยค่ะ แต่ถ้าอยากให้เหมือนใหม่ เราแนะนำให้เคลือบผิวใหม่คะ ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ค่าบริการ ถ้าเป็นแหวนและจี้ 100 บาทคะ
3. เป็นคนเหงื่อเค็ม จะทำอย่างไรดีคะ ?
โดยทั่วไปผู้ที่เหงื่อออกมาก ก็จะทำให้เครื่องประดับหมองคล้ำ ซีด จาง ลงได้เร็วกว่าผู้ที่เหงื่อน้อย อีกทั้ง หากเป็นคนที่เหงื่อ "เค็ม" ก็ยิ่งทำให้เครื่องประดับหมองได้เร็วยิ่งขึ้น แต่คนที่เหงื่อเปรี้ยวจะยิ่งทำให้เครื่องประดับมีความเงางาม และทำให้คล้ำหรือดำช้ามาก
การล้างเครื่องประดับด้วยสบู่ช่วยได้นะคะ โดยเฉพาะแหวนล้างพร้อมๆกับที่ล้างมือได้เลยคะ
4. ทำไมการชุบเครื่องประดับใช้เวลานาน ?
การเคลือบผิวของทางเอโก้ เราลอกผิวเก่าออกทั้งหมดคะ แล้วในส่วนไหนที่เป็นรอยเราจะทำการปรับให้ผิวเรียบก่อนถึงจะนำไปเคลือบผิวคะ ในกรณีนี้ขออนุญาตเปรียบเทียบกับการทาสีคะ คือทางเอโก้จะลอกสีเก่าออกทั้งหมด แล้วโป้วให้เรียบก่อนจึงค่อยทาสีใหม่ทับคะ เพราะฉะนั้นสีของคุณจะไม่ล่อน (การชุบซ้ำๆโดยไม่ปรับสภาพผิวก่อน ก็เหมือนการทาสีทับๆไป ในที่สุดสีก็จะบวมแล้วร่อนคะ)
ที่สำคัญที่สุด คือ การเคลือบผิวของทางเราจะเป็นการเคลือบผิวที่ปราศจากนิเกิล 100% เพราะนิเกิลเป็นตัวทำให้เกิดการระคายเคือง เนื่องจากสามารถผสมกับเหงื่อของผู้สวมใส่ และซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ค่ะ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.a-goonline.com/faqs#a10)
บริการของเอโก้ : การเคลือบผิวใหม่ ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ค่าบริการ ถ้าเป็นแหวนและจี้ 100 บาทคะ ต่างหู 120 - 150 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด
เรามีบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ด้วยนะคะ เพียงแค่คุณส่งเครื่องประดับมาทางบริษัท แนบเงินค่าบริการเคลือบผิว 100+ ค่าจัดส่งกลับ 30 บาท พร้อมชื่อที่อยู่ และเบอร์ที่ติดต่อสะดวก
**** การจัดส่งเครื่องประดับมาต้องเป็นไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือ EMS เท่านั้นนะคะ ****

5. อยากดูแลเครื่องประดับเองทำอย่างไรคะ? อยากให้เครื่องประดับดูใหม่เสมอทำอย่างไรคะ?
5.1 แค่นำเครื่องประดับมาล้างด้วยน้ำสบู่ แล้วนำมาแปรงด้วยแปรงสีฟันเก่า (เพราะขนของแปรงสีฟันใหม่จะแข็งจนทำให้เกิดรอยบนเครื่องประดับ) หลังจากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง หรือเอาไดร์เป่าผมเป่าให้แห้งเลยก็จะดีนะค่ะ
5.2 ใช้น้ำยาล้างเครื่องประดับค่ะ มีอยู่ 2 ประเภทนะค่ะ
น้ำยาล้างเครื่องประดับทอง + เพชร:
เราแนะนำให้ใช้น้ำยาประเภทนี้กับเครื่องประดับทั่วไปของเอโก้คะ วิธีใช้คือนำเครื่องประดับไปแช่ในน้ำยาสักพัก แล้วนำมาแปรงด้วยแปรงสีฟันเก่า ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งคะ ถ้าเป็นเครื่องประดับที่มีพลอย ให้แปรงที่ก้นของพลอยด้วยนะคะ จะทำให้พลอยเปล่งประกายได้เต็มที่คะ
น้ำยาล้างเครื่องประดับเงิน:
เราแนะนำให้ใช้น้ำยาประเภทนี้กับเครื่องประดับเงินที่มีปัญหาหรือไม่ได้ใส่เป็นเวลานานมาก(ค่อนข้างดำ)เท่านั้นนะคะ เพราะจะประหยัดเวลามากกว่าน้ำยาประเภทที่ 1 แต่ไม่แนะนำให้ใช้บ่อยๆกับเครื่องประดับของเอโก้นะคะ วิธีการใช้คล้ายน้ำยาประเภทที่ 1 แต่เพิ่มเติมขั้นตอนการล้างน้ำสบู่ก่อนล้างน้ำสะอาดอีกครั้งนะคะ
6. ถ้าพลอยหลวมหรือพลอยหลุดจะทำอย่างไรดีค่ะ?
เอโก้มีบริการซ่อมพลอยหลวมหรือพลอยหลุดให้คะ การซ่อมจะใช่เวลาประมาณ 2 อาทิตย์คะ
ค่าบริการการฝั่งรวมเคลือบผิวใหม่ราคา 150 บาทต่อเม็ด/ครั้งคะ (ต้องมีพลอยอยู่นะคะ) เม็ดต่อๆไปจะคิดเฉพาะค่าแรงฝั่งเม็ดละ 30 บาท
ถ้าพลอยหลุดหายแต่ไม่มีพลอย มีค่าบริการฝั่งรวมเคลือบผิวใหม่ 150 บาทต่อเม็ด/ครั้งคะ เม็ดต่อๆไปจะคิดเฉพาะค่าแรงฝั่งเม็ดละ 30 บาท ส่วนค่าพลอยราคาจะอยู่ตามขนาดของพลอยคะ
7. ซื้อเครื่องประดับมาแล้วแต่ตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว?
ที่เอโก้เรามีบริการปรับขนาดแหวนให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าของเราทุกท่านคะ
ระยะเวลาในการทำและค่าบริการจะขึ้นอยู่กับขนาดและแบบคะ
ที่ เอโก้ เราเลือกใช้พลอยนำเข้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับเพชรมากนะคะ เป็นชนิดหนึ่งของทาง Swarovski ปัจจุบัน 2010 เรียกว่า Swarovski Gems Zirconia เป็นพลอยที่มีความแข็ง การเจียระไน แสง สี เทียบเคียงเพชรแท้ ทนความร้อนได้ถึง 1,200 องศาเซลเซียล
ความแข็ง : ทนต่อการขูดขีดคะ ยิ่งตัวเลขยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งทนมากเท่านั้นคะ แข็งที่สุดคือเพชร มีความแข็งเท่ากับ 10 คะ พลอยตัวนี้ มีความแข็งเท่ากับ 8.5 ถึง 9.0
การเจียระไน : เนื่องจากทุกเม็ดเจียระไนด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย และด้วยการควบคุมกระบวนการผลิตที่ดี ทำให้พลอยมีเหลี่ยมที่เห็นเป็น star ทุกเม็ด พร้อมจะเปล่งประกายทุกเวลาที่ท่านสวมใส่

สี = สีของพลอยตัวนี้ ได้รับการรับรองจาก Diamond Profile Laboratory. Inc ว่ามีสีเท่ากับ D color ซึ่งเป็นสีที่เหมือนน้ำ 100 ของเพชร แตกต่างจาก Zirconia อื่นๆเพราะ ของที่อื่นๆ สีของพลอยจะออกขาวอมฟ้าเล็กน้อย หรือขาวเกิน D color ซึ่งในเพชรจากธรรมชาติจะไม่มีเม็ดไหนที่ขาวมากกว่า D color ได้
ไม่จำเป็นต้องดูแลพลอยเลยคะ แต่ถ้าท่านต้องการให้พลอยวูบวาบอยู่เสมอ ควรใช้แปรงสีฟันทำความสะอาดพลอยด้วยน้ำสบู่แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดออกคะ
10. ทำไมใส่เครื่องประดับแล้วแพ้?
ในกรณีนี้คงต้องขอตอบเป็นแนววิชาการหน่อยนะคะ โรคภูมิแพ้เครื่องประดับเป็นคำถามยอดฮิตในคนจำนวนมาก แต่น้อยคนที่จะบอกว่าแพ้ทองแพ้เงิน
สาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้เหล่านี้จริงๆแล้วเป็นเพราะแพ้นิลเกิล ซึ่งเป็นโลหะทางเลือกหนึ่งของส่วนผสมที่ทำให้เงินและทองสามารถขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับ และเป็นสารทางเลือกที่ใช้ในการเคลือบผิวเพื่อลดต้นทุนในการเคลือบผิวได้
ทำไมต้องมีนิเกิลในเครื่องประดับเงิน-เครื่องประดับทอง?
เพราะทองคำ – เงินบริสุทธิ์เป็นโลหะที่อ่อนเกินไปที่จะนำมาทำเครื่องประดับ (คือถ้าใช่เงินเพียงอย่างเดียวในการทำเครื่องประดับ เครื่องประดับนั้นจะเป็นรอยหรือเสียรูปได้ง่าย) ดังนั้นในการผลิตเครื่องประดับเราจึงจำเป็นต้องใส่ส่วนผสมที่เป็นโลหะอื่นที่มีความแข็งมากกว่าเข้าไป ซึ่งโลหะอื่นที่ว่าถึงนี้มีหลากหลายคะ แต่นิลเกิลเป็นโลหะที่มีความแข็งและความเงางามที่เหมาะสม ทีสำคัญราคาถูก ดังนั้นผู้ผลิตบางท่านจึงนำนิลเกิลมาเป็นส่วนผสมในเครื่องประดับเงิน-ทอง แต่สำหรับคนที่สัมผัสนิเกิลอยู่เสมอจะเกิดอาการคัน ระคายเคือง บางท่านอาจเกิดอาการบวมและเลือดออกได้
สาเหตุหลักๆเกิดจากการที่นิลเกิลทำปฏิกิริยากับเหงื่อของผู้สวมใส่ เมื่อสวมใส่เป็นระยะเวลาหนึ่ง(ขึ้นกับภูมิต้านทานของแต่ละคน) นิกเกิลจะทำปฏิกิริยากับเหงื่อกลายเป็นเกลือนิเกล ซึ่งจะแทรกซึมอยู่ในกระแสเลือดของร่างกาย
นอกจากนี้นิลเกิลถูกนำมาใช้ในการเคลือบผิวของเครื่องประดับ เพราะมีความเงาที่ดี และสามารถลดต้นทุนในการเคลือบผิวได้มาก
ในปัจจุบัน EU มีระเบียบกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ผู้ผลิตเครื่องประดับ ผลิตเครื่องประดับที่ปราศจากนิเกิล หรือมีนิเกิลไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) www.git.or.th หัวข้อเกณฑ์ในการใช้เครือ่งประดับส่งออกตลาด EU)
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง Jewelry and Skin Allergy - JewelInfo4u By: Shewata Dhanuka www.jewelinfo4u.com
เรื่องประดับเอโก้ทุกชิ้น เราผลิตขึ้นโดยปราศจาก นิลเกิลเป็นส่วนประกอบ Nickel Free
ลูกค้าทุกท่านจึงสบายใจได้ว่าท่านไม่ได้ใส่สารพิษในรูปแบบเครื่องประดับอย่างแน่นอน
การสั่งและการจัดส่ง
1. จะมั่นใจอย่างไรว่าได้รับของแน่นอน?
เรามีบริการจัดส่งสินค้าผ่านทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือแบบ EMS มามากกว่า 3,000 ชิ้นแล้วคะ
ท่านจึงสามรถมั่นใจได้คะว่าสินค้าที่สั่งจะถึงมือท่านแน่นอน
ไปรษณีย์แบบลงทะเบียนหรือไปรษณีย์แบบ EMS
ก่อนที่พนักงานไปรษณีย์จะส่งมอบสินค้าให้ใครก็ตามที่รับสินค้าของทางเอโก้ ต้องเซ็นต์รับของ โดยระบุชื่อและความสัมพันธ์กับท่านก่อนถึงจะรับสินค้าได้ ถ้าที่รับปลายทางไม่มีผู้รับสินค้าทางไปรษณีย์จะเก็บสินค้าไว้ที่ไปรษณีย์ปลายทางไว้ก่อน ถ้าไม่มีผู้ใดมาแจ้งจะส่งกลับมาที่ไปรษณีย์ต้นทาง (หรือทางเอโก้)
***กรุณาแจ้งสถานที่จัดส่งเป็นที่มีคนรับสินค้าจะดีกว่าคะ เพื่อประหยัดเวลา***
ไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายในประเทศจะใช้เวลา 3 วันถึง 5 วันทำการคะ
ไปรษณีย์แบบ EMS จะใช้เวลา 1 วันถึง 3 วันทำการคะ



